วันจันทร์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

เนินมหัดสพจอรอหันการันต์ยอ (เนินมหัศจรรย์) เพชรบูรณ์

เนินมหัดสพจอรอหันการันต์ยอ (เนินมหัศจรรย์) เพชรบูรณ์

 
เนินมหัศจรรย์ (หยุดที่เส้น ปลดเกียร์ว่าง มหัศจรรย์จริง ๆ) เพชรบูรณ์
อยู่ที่ตรงกลางกม.ที่ 17.5 ถนนสายนางั่ว-สะเดาะพง (ถนนหมายเลข 2258) เมื่อขับรถมาถึงตรงนี้แล้วให้ทำการดับเครื่องและรถจะสามารถถอยหลังขึ้นเนินได้ ปรากฏการณ์ดังกล่าวนี้เกิดจากภาพลวงตา ที่เกิดจากจากกระดับความสูงของเนิน ช่วงที่มองเห็นเป็นยอดเนินนั้นจะมีระดับต่ำกว่าช่วงที่เป็นทางขึ้นเนินนั่นเอง
เนินมหัศจรรย์ เพชรบูรณ์ มีลักษณะเป็นทางขึ้นเนิน และเมื่อจอดรถดับเครื่อง ปล่อยเกียร์ว่าง รถก็จะไหลขึ้นเนินสูงชั้นอย่างน่าอัศจรรย์ ไปเองประมาณ 10 เมตร และจากการพิสูจน์ ก็สรุปได้ว่าปรากฏการณ์ดังกล่าวเกิดจากภาพลวงตา เนื่องจากวัดระดับความสูงของเนินนั้นจะมีระดับต่ำกว่าช่วงที่เป็นทางขึ้นเนิน ดังนั้นรถจึงได้ถอยหลังไปตามแรงโน้มถ่วงของโลก
จากตัวเมืองเพชรบูรณ์ ให้ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข21 (เพชรบูรณ์-หล่มสัก) มีระยะทางประมาณ 13 กิโลเมตร ถึงสามแยกนางั่ว ให้เลี้ยวซ้ายไปตามทางหลวงหมายเลข2258 เริ่มหลักกิโลเมตรที่ 0 เนินมหัศจรรย์ จะอยู่ระหว่างหลักกิโลเมตรที่ 17-18 นั่นเอง
แต่ถ้ามาจากทางหลวงหมายเลข 12 (พิษณุโลก-หล่มสัก) เมื่อได้เที่ยวเขาค้อเต็มอิ่มแล้ว เมื่อมาถึงสามแยกสะเดาะพง เพื่อจะกลับไปเพชรบูรณ์ ให้ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข2258 มายังสามแยกนางั่ว เนินมหัศจรรย์จะอยู่ระหว่างหลักกิโลเมตรที่ 17-18 หยุดรถทดสอบได้เลย ช่วงเทศกาลท่องเที่ยวก็จะจะมีรถจอดทดสอบมากมาย มาถึงช่วงนี้ก็คงต้องระวังให้มากๆนะครับ เพื่อความปลอดภัย

มาลองกันนะนักท่องเที่ยวที่ใช้รถไม่ควรพลาดความรู้สึกและประสบการณ์แบบนี้ ที่จังหวัดเพชรบูรณ์
 
ติดตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆอีกที่ http://travel.sanook.com

วันพฤหัสบดีที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

เติมความสดใสในชีวิตด้วย ทุ่งทานตะวันที่บึงสามพัน เพชรบูรณ์

เติมความสดใสในชีวิตด้วย ทุ่งทานตะวันที่บึงสามพัน เพชรบูรณ์

"ทุ่งทานตะวันที่บึงสามพัน" นับเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมากอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดเพชรบูรณ์ มีพื้นที่ครอบคลุมสองหมู่บ้านก็คือ หมู่บ้านเขาพลวงและหมู่บ้านป่ายาง ในตำบลสระแก้ว อำเภอบึงสามพัน จังหวัดเพชรบูรณ์
ในบริเวณเขาพลวงได้มีการปลูกทานตะวันครอบคลุมเต็มไปทั้งหมดพื้นที่นับหมื่นไร่ ซึ่งจะเบ่งบานสะพรั่งเต็มที่รับกับสายลมหนาวพร้อมกันในช่วงเดือนธันวาคม-มกราคมของทุกๆปี เมื่อดอกทานตะวันบานในตอนเช้ารับกับแสงแดดอ่อนๆ ภูเขาบริเวณแถวนี้ก็จะกลายเป็นทุ่งทานตะวันสีเหลืองอร่าม ท่ามกลางเนินเขาสูงต่ำสลับกันไปของภูจุกที่เป็นฉากด้านหลังตัดกับขอบฟ้าสีคราม นับว่าเป็นภาพที่สวยงามสุดสายตาเสียยิ่งกระไร ดอกทานตะวันที่ทุ่งบึงสามพันนี้จะมีลักษณะเด่นและสวยงามมากกว่าที่อื่นเพราะเนื่องจากเป็นสายพันธุ์ที่มีขนาดใหญ่ ประกอบกับมีภูมิประเทศที่เป็นเนินเขามีพื้นดินที่อุดมสมบูรณ์ทำให้การเจริญเติบโตเป็นไปอย่างเต็มที่ทำให้ดูสวยงามยิ่งขึ้นไปอีก ทุ่งดอกทานตะวันที่บึงสามพันแห่งนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เหมาะกับการจะไปกับเพื่อนหรือจะไปท่องเที่ยวแบบครอบครัวก็ได้
ในเดือนธันวาคมของทุกๆปี ทางอำเภอบึงสามพันได้จัดงาน “ตะวันบานบนภูที่บึงสามพัน”ขึ้น ซึ่งภายในงานก็ได้จัดให้มีกิจกรรมหลายๆอย่าง อาทิเช่น มีการจัดงานประกวดดอกทานตะวันที่ใหญ่ที่สุด, การประกวดธิดาตะวัน, การแปรรูปเมล็ดทานตะวัน และการจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรจากทานตะวัน ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเยี่ยมชมและซื้อติดไม้ติดมือกลับบ้านไปได้ หลังจากได้ซึมซับกับความสวยงามของทุ่งดอกทานตะวัน ทิวเขาและอากาศอันบริสุทธิ์จนอิ่มหนำสำราญแล้วนั่นเอง
 
สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ อบต.สระแก้ว โทรศัพทื. 05-681-0801 หรือที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) สำนักงานพิษณุโลก โทร. 05-525-2742-3
การเดินทางจากกรุงเทพฯนั้นต้องใช้ทางหลวงหมายเลข 21 (สระบุรี-หล่มสัก) ผ่านทางอำเภอหนองไผ่เมื่อถึงสี่แยกราหุลช่วงหลักกม. 146-147 ให้เลี้ยวเข้าไปสู่ทางหลวงหมายเลข 225 เส้นทางไปยังจังหวัดชัยภูมิ มีระยะทางประมาณ 18 กิโลเมตร เมื่อถึงช่วงหลักกิโลเมตรที่ 14 จะพบกับทางสี่แยกบ้านซับบอน จากนั้นให้เลี้ยวซ้ายเข้าไปสู่ทางรพช. ที่ 2102 (ซับบอน-เขาพลวง) ตรงต่อไปอีกประมาณ 14 กิโลเมตร จะถึงที่หมาย

ติดตามข้อมูลท่องเที่ยวอีกมากที่นี่http://travel.sanook.com/

วันพุธที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง(หนองแม่นา) ณ จังหวัดเพชรบูรณ์

อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง(หนองแม่นา) ณ จังหวัดเพชรบูรณ์

อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง หรือเป็นที่รู้จักกันดีในนาม “ทุ่งหญ้าสะวันนาแห่งเมืองไทย” นับว่าเป็นอุทยานแห่งชาติที่มีขนาดใหญ่เป็นถึงอันดับ 3 ของประเทศไทย มีเนื้อที่กว้างประมาณ 789,000 ไร่หรือ 1,262.40 ตารางกิโลเมตร ทุ่งแสลงหลวงนั้นมีพื้นที่ครอบคลุม อำเภอวังทอง อำเภอนครไทย อำเภอเนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก และ อำเภอเขาค้อ อำเภอวังโป่ง จังหวัดเพชรบูรณ์ สำหรับชื่อของอุทยานแห่งชาติมีการสันนิษฐานกันว่ามีการตั้งชื่อตามพันธุ์ไม้ชนิดหนึ่งที่มีอยู่ในพื้นที่ภายในป่าแห่งนี้นั่นคือ ต้นแสลงใจ ซึ่งมีขึ้นอยู่เป็นจำนวนมากประกอบกับมีสภาพภูมิประเทศที่เป็นเนิน มีป่าหลากหลายชนิดและสัตว์ป่าชุกชุม และเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2502 ป่าทุ่งแสลงหลวงและพื้นที่ป่าอื่นๆในจังหวัดต่างๆ ได้รับการก่อตั้งขึ้นให้เป็นอุทยานแห่งชาติ ซึ่งอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวงนั้นมีสภาพธรรมชาติและลักษณะทางธรรมชาติที่มีความสวยงามหลายแห่ง อุดมสมบูรณ์ไปด้วยพันธุ์ไม้ สัตว์ป่านานาชนิดซึ่งอันเป็นสถานที่ที่เหมาะแก่การไปท่องเที่ยวพีกผ่อนอย่างยิ่ง


อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง(หนองแม่นา) มีหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติสล. 8(หนองแม่นา) ตำบลหนองแม่นา อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ และอยู่ห่างออกจากที่ทำการอุทยานฯ ด้านจังหวัดพิษณุโลกอีกประมาณ 60 กิโลเมตร จุดท่องเที่ยวหลักของอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวงทางด้านจังหวัดเพชรบูรณ์ นั้นคือ ป่าสนธรรมชาติ และทุ่งหญ้าสะวันนา ซึ่งจะมีทิวทัศน์และพรรณไม้ดอกที่งดงามมากโดยเฉพาะช่วงปลายฤดูฝน-ฤดูหนาวนั้นเหมาะแก่กิจกรรมเดินป่า กางเต็นท์พักแรม และปั่นจักรยานเสือภูเขา นับเป็นการผจญภัยที่ตื่นเต้นไม่เบาเลย



สถานที่น่าสนใจในเขตอุทยานฯอันได้แก่

สะพานแขวน ที่อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯออกไปประมาณ 3 กิโลเมตร บริเวณสองข้างทางตัดผ่านป่าไปได้ตลอดเส้นทาง มีความร่มรื่นเหมาะแก่การพักผ่อนรับลมธรรมชาติสงบๆ

ทุ่งแสลงหลวง เป็นทุ่งหญ้าแบบสะวันนาและทุ่งหญ้าสลับกับป่าสนสองใบ ถ้าอยู่ด้านหน้าที่ทำการหน่วยพิทักษ์อุทยานฯ สามารถมองเห็นเป็นพื้นที่โล่งกว้างใหญ่ ที่มีเนื้อที่ถึง 10 ตารางกิโลเมตรโดยประมาณ ตามเส้นทางตัดผ่านป่าเบญจพรรณนั้นจะพบสัตว์ป่าออกมาหากินตามข้างทาง และจะมีพันธุ์ไม้ดอกมากมาย
 
ทุ่งนางพญา อยู่ทางด้านทิศใต้ของที่ทำการหน่วยพิทักษ์อุทยานฯ หนองแม่นา อยู่ประมาณ 14 กิโลเมตร เป็นทุ่งหญ้าที่มีสภาพแวดล้อมด้วยป่าสนสองใบสลับกับป่าดิบแล้งและป่าเต็งรัง ตามกิ่งสนจะสามารถพบกล้วยไม้ป่าที่สวยงามต่างๆ เช่น เอื้องชะนีและเอื้องคำปากไก่ ซึ่งจะออกดอกในฤดูร้อน บริเวณป่าสนมีพื้นที่ไว้สำหรับกางเต็นท์พักแรม ในช่วงปลายฝนต้นหนาว จะมีสายหมอกลอยอ้อยอิ่งปกคลุมไปทั่วบริเวณทุ่งนางพญาเลย

แก่งวัง น้ำเย็น อยู่ห่างจากที่หน่วยพิทักษ์อุทยานฯ หนองแม่นาอยู่ประมาณ 7 กิโลเมตร เป็น เส้นทางเดียวกับทุ่งโนนสนและแยกเข้าไปอีก 500 เมตร ระหว่างเส้นทางเดินสภาพป่าจะค่อยๆเปลี่ยนไปจากทุ่งหญ้าสู่ป่าเต็งรังสลับไปด้วยป่าสนและป่าเบญจพรรณ แก่งวังน้ำเย็นนั้นเป็นแก่งหินที่มีขนาดใหญ่และยาวหลายร้อยเมตร ในระหว่างแก่งแต่ละแก่งนั้นจะเป็นวังน้ำลึกที่มีขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นสถานที่ที่ค้นพบแมงกะพรุนน้ำจืดและมีผีเสื้อให้ชมมากมาย เช่น ผีเสื้อถุงทองป่าสูง ผีเสื้อหนอนคืบสไบแดง และนอกจากนี้บริเวณป่าริมลำธารยังมีโอกาสที่จะได้พบนกมากมายอีกหลายชนิดด้วย ช่างสวยงามตามธรรมชาติสุดๆไปเลย

ติดตามถานที่อื่นๆอีกได้ที่นี่ http://travel.sanook.com/
วันจันทร์ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

พระตำหนักเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์

พระตำหนักเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์

พระตำหนักเขาค้อ ตั้งอยู่บนเขาย่า ตำบลสะเดาะพง อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ ความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 1,100 เมตร เป็นพระตำหนักที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถเป็นที่ทรงงาน และแปรพระราชฐานมาประทับแรมในวโรกาสที่เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรงานโครงการในพระราชดำริและทรงตรวจเยี่ยมราษฎรในอำเภอเขาค้อและอำเภอใกล้เคียง
โดยภายในพระตำหนักจะประกอบด้วยอาคารที่เชื่อมต่อกันลักษณะรูปวงแหวน มีเรือนข้าราชบริพารเป็นส่วนเชื่อมต่อกับพระตำหนัก อาคารจะมีลักษณะโค้ง 2 ชั้น ชั้นบนจะมี 2 ห้องใหญ่ ซึ่งเป็นห้องบรรทมของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และก็สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ชั้นล่างแห่งนี้ประกอบด้วยห้องพระราชทานเลี้ยง ซึ่งจะมีห้องครัวอยู่ทางด้านหน้า ห้องเข้าเฝ้า มีห้องเสวย และห้องโถงใหญ่

นอกจากนั้นชั้นล่างเองยังเป็นห้องบรรทมของสมเด็จย่า สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์อัครราชกุมารี อยู่บริเวณด้านหน้าพระตำหนักมีสวนหย่อมและแปลงไม้ดอกที่มีลักษณะเป็นวงกลม ณ จุดศูนย์กลางของวงกลมจะเป็นที่ตั้งของเสาธงมหาราช ที่มีความสูง 60 เมตร ซึ่งได้สร้างขึ้นเนื่องในวโรกาสฉลองครบพระชนมายุครบรอบ 60 พรรษา ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนั่นเอง
สามารถขออนุญาตเจ้าหน้าที่ให้เข้าชมบริเวณโดยรอบพระตำหนักและสวนดอกไม้ได้เลย บริเวณใกล้กันก็มีบ้านพักทหารม้า ซึ่งเปิดให้นักท่องเที่ยวได้พักค้างแรมและเป็นสถานที่ตั้งของร้านค้าสวัสดิการพร้อมบริการให้กับนักท่องเที่ยว
นอกจากนี้แล้ว หากเดินเท้าขึ้นต่อไปยังยอดเขาย่า เป็นระยะทางประมาณ 770 เมตร จะได้พบฐานปฏิบัติการทางทหาร ที่เดิมทีใช้ในการต่อสู้กับกลุ่มคอมมิวนิสต์และสามารถมองเห็นทิวทัศน์แบบ 360 องศา มองลงมายังพระตำหนักเขาค้อด้านล่างได้เลย มีศาลาชมวิวที่ชื่อว่า "ศาลาพระเทพ" ตั้งอยู่โดยสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 1,305 เมตร ซึ่งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารีได้เคยเสด็จขึ้นไป ณ ศาลาแห่งนี้ด้วย

เนื่องจากพระตำหนักเขาค้อนั้นตั้งอยู่บนเขาย่า ซึ่งเป็นเขาที่สูงที่สุดของเขาค้อ จึงมีทางขึ้นไปบนยอกเขาที่ค่อนข้างลาดชันและลำบากเล็กน้อย ต้องใช้รถยนต์ที่มีแรงขับเคลื่อนดีๆ จึงสะดวกสำหรับการขึ้นไปเที่ยวชม

สามารถหาสถานที่ชมวิวสวยๆอีกมากที่ http://travel.sanook.com/

วันศุกร์ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

อยากเข้าวัดเข้าวา ต้องมา วัดไตรภูมิ เพชรบูรณ์ สิจา..

อยากเข้าวัดเข้าวา ต้องมา วัดไตรภูมิ เพชรบูรณ์ สิจา..

 
วัดไตรภูมิจังหวัดเพชรบูรณ์ตั้งอยู่ที่ถนนเพชรรัตน์เป็นวัดเก่าแก่เป็นสถานที่ประดิษฐานพระพุทธมหาธรรมราชา พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองจังหวัดเพชรบูรณ์ พระพุทธมหาธรรมราชาเป็นพระพุทธรูปทรงเครื่องศิลปสมัยลพบุรี ชาวบ้านได้พบในแม่น้ำป่าสักบริเวณหน้าวัดจึงได้อัญเชิญมาประดิษฐานอยู่ที่วัดนี้ ต่อมาพระพุทธรูปองค์นี้ได้หายไปและมีผู้พบอยู่ที่แม่น้ำบริเวณที่พบครั้งแรกจึงถือกันเป็นประเพณีของจังหวัดเพชรบูรณ์คือ ผู้ว่าราชการจังหวัดจะต้องเป็นผู้อุ้มพระพุทธรูปลงดำไปยังก้นแม่น้ำ แล้วโผล่ขึ้นมา ทำเช่นนี้จนครบทั้ง 4 ทิศ ถือว่าเป็นสิริมงคลแก่จังหวัดและถ้าไม่ได้กระทำพิธีอุ้มพระดำน้ำจะทำให้เกิดฝนแล้ง พิธีอุ้มพระดำน้ำนี้จะทำในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 10
ประวัติศาสตร์มีตำนานเล่าว่าพระเจ้าชัยวรมันที่7 กษัตริย์แห่งนครธมได้พระราชทานพระพุทธมหาธรรมราชาแก่พ่อขุนผาเมืองเจ้าเมืองราด(อ. หล่มสัก) ในครั้งที่ทรงอภิเษกสมรสกับพระนางสิงขรมหาเทวี พระธิดาของพระองค์เพื่อที่จะเป็นพระคู่บ้านคู่เมืองแต่หลังจากพ่อขุนผาเมืองและพ่อขุนบางกลางท่าว เจ้าเมืองบางยาง (อ. นครไทย) ร่วมใจกันกอบกู้อิสรภาพให้แก่คนไทยแล้ว พระนางสิงขรมหาเทวีทรงแค้นเคืองมากจึงเผาเมืองราดจนย่อยยับ เสนาอำมาตย์ต้องอัญเชิญพระพุทธมหาธรรมราชาหลบหนีไฟไปโดยล่องแพมาตามแม่น้ำป่าสัก แต่เนื่องจากแม่น้ำมีความคดเคี้ยวแล้วประกอบด้วยกับกระแสน้ำไหลเชี่ยวกรากทำให้แพแตกองค์พระจึงจมหายไปในแม่น้ำจนกระทั่งชาวประมงไปพบ จึงเกิดประเพณีอุ้มพระดำน้ำในเวลาต่อมา และในวันสงกรานต์ชาวเพชรบูรณ์จะร่วมกันสรงน้ำพระพุทธมหาธรรมราชาเป็นประจำทุกปีอีกทีด้วย
สิ่งน่าสนใจใน วัดไตรภูมิ จังหวัดเพชรบูรณ์

พระพุทธมหาธรรมราชาเป็นพระพุทธรูปปางสมาธิสมัยลพบุรีหล่อด้วยทองสัมฤทธิ์หน้าตักกว้างถึง 13 นิ้ว สูงถึง 18 นิ้ว แต่ไม่มีฐานพระพักตร์กว้าง มีลักษณะเป็นเหลี่ยม พระโอษฐ์แบะแลดูน่าเกรงขาม พระกรรณยาวเกือบจรดพระอังสา พระเศียรทรงเทริดหรือชฎาทรงสร้อยพระศอ พาหุรัด และประคตเป็นลวดลายงดงามนัก ประดิษฐานบนโต๊ะบูชาในศาลาไม้มีจำนวนสององค์ องค์จริงคือองค์บนสุดส่วนองค์ที่อยู่ด้านล่างหล่อจำลองขึ้นใหม่เพื่อที่จะใช้ประกอบพิธีอุ้มพระดำน้ำ เนื่องจากองค์จริงหล่อด้วยสัมฤทธิ์ ถ้านำลงดำน้ำบ่อยๆเกรงว่าจะทำให้องค์พระหมองคล้ำลงหรือชำรุดเสียหายได้

ติดตามวัดอื่นๆอีกมากมายที่ http://travel.sanook.com/

วันพฤหัสบดีที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

แวะมาซื้อของฝาก จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้ที่ไร่กำนันจุล

แวะมาซื้อของฝาก จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้ที่ไร่กำนันจุล


สุดยอดร้านขายสินค้าของฝากของขวัญที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งจังหวัดเพชรบูรณ์

ตั้งอยู่ที่กิโลเมตรที่ 202 ทางหลวงหมายเลข 21 เส้นสระบุรี-หล่มสัก อยู่ถึงก่อนตัวเมืองเพชรบูรณ์ 21 กิโลเมตร ตรงบริเวณสามแยกวังชมภู
ที่นี่เป็นแหล่งจำหน่ายผลไม้ สินค้าที่ได้จากผลผลิตทางการเกษตร และสินค้าแปรรูปที่มีคุณภาพมากมายหลายอย่าง
มีทั้งในกลุ่มผลไม้แปรรูป อาหารแปรรูป น้ำผลไม้ ผ้าไหมไทย และอีกทั้งมีกิจกรรมนำเที่ยวชมไร่ไปพร้อมกับทั้งบริการบ้านพักโฮมสเตย์ในตัว ค่อนข้างครบครันในที่เดียว
สินค้าที่ผลิตจากไร่กำนันจุลนั้นมีหลากหลายชนิด บางอย่างอาจคุ้นหน้าคุ้นตาคนไทยทั่วไปเป็นอย่างดีเนื่องจากได้มีการส่งไปจำหน่ายยังห้างสรรพสินค้าต่างๆทั่วประเทศไทยและร้านขายสินค้าที่ระลึกตามสถานที่ต่างๆเกือบทั่วประเทศ ถือได้ว่าเป้นแบรนด์ดังจังหวัดเพชรบูรณ์ไปทั่วประเทศไทยเลยทีเดียว
การที่ได้แวะซื้อโดยตรงจากไร่กำนันจุลที่เป็นร้านต้นตำหรับจึงถือว่าคุ้มค่าสดใหม่และสามารถเลือกสรรค์ของฝากได้หลากหลายชนิดมากกว่าอีกด้วย ผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่นที่สุดในปัจจุบันนั้นก็คือ ผลไม้สด และผลิตภัณฑ์แปรรูปมาจากผลไม้ เช่นเยลลี่ผลไม้นานาชนิด น้ำผลไม้เข้มข้นอีกหลายชนิด
ผลิตภัณฑ์ประเภทอาหารก็เด่นไม่แพ้กัน เช่นปลาส้มกำนันจุลที่มีชื่อเสียงมากที่สุดเลยทีเดียวหรือจะเป็นปลาเส้น ปลาแดดเดียว ที่ได้ผ่านกระบวนการผลิตสามาารถที่เก็บถนอมอาหารไว้ได้นานยิ่งขึ้นอย่างมาก
 
อาหารสำเร็จรูปอย่างน้ำพริกประเภทต่างๆ ตลอดจนขนมขบเคี้ยวอีกหลายชนิด

กำนันจุลนั้นเป็นผู้บุกเบิกการทำไร่ส้มเขียวหวานส่งออกขายทั่วประเทศและไปสู่ประเทศเพื่อนบ้านราย แรกๆของประเทศไทยเลยเพราะมีมาตั้งแต่พ.ศ. 2479 และยังเป็นผู้นำเทคโนโลยีใหม่ๆมาใช้ในกับการเกษตรรูปแบบต่างๆมาจนถึงปัจจุบัน
บริเวณไร่กำนันจุลเปิดให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่มีเนื้อที่มากกว่า 10,000 ไร่ มีลักษณะเป็นสวนเกษตรแบบผสมผสาน และมีพื้นที่บ่อปลาอีก 3,000 ไร่ มีสมาชิกเกษตรกรปลูกหม่อนเลี้ยงไหมทั้งหมด 2,600 รายใน 26 จังหวัดของประเทศ ที่มีสวนผลไม้อาทิเช่น สวนส้ม 1,200 ไร่ 200,000 ต้น มีส้มโชกุน, ส้มเขียวกำนันจุล, ส้มโอกำนันจุล และส้มเช้ง

สถานที่อยู่ : ไร่นายจุล คุ้นวงศ์ 442 หมู่ที่ 3 ถนนสามัคคีชัย ตำบลวังชมภู อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์ 67210 / ติดต่อ Call Center 056-771-555
 
ใครได้แวะมาจังหวัดเพชรบูรณ์และกำลังมองหาของฝากอยู่ ขอแนะนำให้มาที่นี่เพื่อเลือกของฝากที่มีให้เลือกมากมาย มาเที่ยวซื้อของฝากกันได้ตลอดที่ ไร่กำนัลจุลนะครับ ^^

ติดตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆมากมายอีกที่ http://travel.sanook.com/

วันอังคารที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

ภูทับเบิก สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม จ.เพชรบูรณ์

ภูทับเบิก สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม จ.เพชรบูรณ์

เมื่อพูดถึง ภูทับเบิก หลายคนต้องนึกถึงภาพวิวภูเขา ไร่กะหล่ำปลี ซึ่งที่นี่คือแหล่งเพาะปลูกขนาดใหญ่ของชาวไทยภูเขาเผ่าม้ง และด้วยสถานที่ตั้งอยู่บนจุดที่สูงที่สุดในจังหวัดเพชรบูรณ์ ทำให้ที่นี่เหมาะแก่การท่องเที่ยว เพราะมีอากาศเย็นสบายตลอดปี สามารถกางเต็นท์นอนชมดาวยามค่ำคืนได้ นอกจากนี้ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ที่น่าสนใจภายในภูทับเบิกอีก เช่น สถานีวิจัยเพชรบูรณ์แปลงทดลองทับเบิก ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นแหล่งสาธิตการปลูกพืชเมืองหนาว หรือจะเป็นวัดป่าภูทับเบิก ซึ่งมีพระมหาเจดีย์โพธิปักขิยธรรม เจดีย์เพชรทั้ง 37 ยอด บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และพระอรหันต์ธาตุ เพื่อไว้ให้นักท่องเที่ยวได้มาร่วมสักการะ สุดท้ายอีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญคือภายในช่วงเดือนธันวาคม-มกราคม จะมีดอกนางพญาเสือโคร่งสีชมพูเบ่งบานสะพรั่งทั่วไปทั้งภูเขา ให้นักท่องเที่ยวได้ถ่ายภาพความสวยงามอีกด้วย
 
ติดตามที่เที่ยวอีกที่ http://travel.sanook.com/

ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรที่สูงเพชรบูรณ์ @ จ.เพชรบูรณ์

ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรที่สูงเพชรบูรณ์ @ จ.เพชรบูรณ์

ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรที่สูงเพชรบูรณ์ หรือชื่อเดิมคือ สถานีทดลองเกษตรที่สูงเขาค้อ สถานที่ตั้งอยู่เลขที่ 51 หมู่ 3 บ้านเสลียงแห้ง ต.สะเดาะพง อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ หนึ่งในสถานีทดลองการเกษตรที่สูง ตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในปัจจุบันได้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่อุดมไปด้วยธรรมชาติมากมายจนได้รับการขนานนามว่าเป็น “สวิตเซอร์แลนด์แห่งเมืองไทย” ทำให้ที่นี่นั้นเหมาะแก่การท่องเที่ยวพักผ่อนยามเหนื่อยในทุกๆฤดูกาล แถมยังสามารถเข้าชมแปลงผัก ผลไม้ พืชเมืองหนาวได้อีกตังหาก นอกจากนี้ยังมีการปลูกไม้ดอกไม้ประดับ สมุนไพร พร้อมทั้งผืนป่าธรรมชาติที่เต็มไปด้วยต้นค้อ สัญลักษณ์แห่งอำเภอเขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ อีกด้วย
 
หาข้อมูลเพิ่มเติม และ สถานที่ต่างๆอีกที่ http://travel.sanook.com/

วันจันทร์ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

แวะเที่ยว อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์

แวะเที่ยว อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์

อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์ ถือว่าเป็นหนึ่งในสถานที่นอนรับลมเย็นๆยามเช้า และนอนชมดาวในยามค่ำคืนได้เป็นอย่างดี ซึ่งพื้นที่อุทยานฯ นั้นเป็นพื้นที่ป่าขนาดใหญ่ที่ครอบคลุมไปถึง 2 จังหวัด คือจ.เพชรบูรณ์และจ.ชัยภูมิ และด้วยความอุดมสมบูรณ์ของอุทยานฯ ที่เต็มไปด้วยภูเขารายล้อมสลับซับซ้อนทำให้มีอากาศที่เย็นสบายตลอดทั้งปี
ส่วนสถานที่ท่องเที่ยวก็มี อาทิเช่น น้ำตกตาดพรานบา น้ำตกขนาดใหญ่บนหน้าผาสูงชัน 20 เมตร, จุดชมวิวภูค้อ ชมพระอาทิตย์ขึ้นและวิวอันกว้างไกล สามารถมองเห็นถึงภูกระดึงและภูผาจิตได้เลยทีเดียว, จุดชมวิวถ้ำผาหงษ์ ชมความสวยงามของพระอาทิตย์ตกในยามเย็น, สวนสนบ้านแปกหรือดงแปก ป่าที่ล้อมรอบไปด้วยต้นสนสองใบจำนวนมาก รวมถึงเป็นสถานที่ชมดอกกล้วยไม้ป่าสวยงามและพันธุ์ไม้แปลกตาในช่วงเดือน กุมภาพันธ์-พฤษภาคม, ภูผาจิต(ภูด่านอีป้อง) ภูเขาที่มีที่ราบอยู่บนยอดเขาคล้ายภูกระดึงเหมาะสำหรับการชมวิวป่าสน, น้ำตกเหวทราย น้ำตกที่สูงที่สุด เกิดขึ้นจากห้วยสนามทราย เป็นแนวแบ่งเขตแดน และป่าที่เปลี่ยนสีไปในเดือนธันวาคม-มกราคมของทุกๆปี ผืนป่าในบริเวณนี้จะผลัดใบเปลี่ยนสีอย่างงดงามและต้องเป็นที่หลงไหลของนักท่องเที่ยว จ.เพชรบูรณ์ อย่างแน่นอน เป็นต้น

ติดตามแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆอีกที่ http://travel.sanook.com/

วันพฤหัสบดีที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

ที่เด็ด แห่ง เพชรบูรณ์ "อุทยานแห่งชาติเขาค้อ"

ที่เด็ด แห่ง เพชรบูรณ์ "อุทยานแห่งชาติเขาค้อ"

อุทยานแห่งชาติเขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ มีพื้นที่ครอบคลุมป่าท้องที่ อ.หล่มเก่า อ.หล่มสัก อ.เมืองเพชรบูรณ์ และอ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ รวมเนื้อที่ 304,521 ไร่ สภาพภูมิประเทศจะเป็นภูเขาทอดยาวไปตามแนวทิศเหนือถึงทิศใต้ ตอนบนสุดเป็นภูเขา มีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ตั้งแต่ 155 เมตร ไปจนถึงจุดสูงสุดที่ 1,593 เมตร
ความงามของเขาค้อนั้นเกิดจากสีสันของทุ่งหญ้าที่ปกคลุมทั่วภูเขาไว้ พร้อมที่จะเปลี่ยนสีสันในทุกฤดูกาล มาเที่ยวเขาค้อฤดูไหนก็จะพบความสวยงามแตกต่างกันไป อุทยานฯ เขาค้อไม่เพียงมีแต่ความงามทางธรรมชาติให้ชื่นชมแค่นั้น ในอดีตยังเป็นพื้นที่สมรภูมิสู้รบระหว่างรัฐบาลกับผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ด้วย มาเทียวที่อุทยานฯเขาค้อ คุณจึงได้เที่ยวตามรอยเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์ด้วย
เริ่มต้นกันที่เนินมหัศจรรย์ และจุดชมวิวพืชผลทางการเกษตร ที่นี่มีกาแฟร้อนอร่อยมาก แวะไปลองทานดูได้นะ จากนั้นค่อยขับรถไปเที่ยวต่อพระตำหนักเขาค้อ เดินขึ้นไปเขาย่า ไปชมพิพิธภัณฑ์อาวุธ อนุสรณ์ผู้เสียสละเขาค้อ ต่อไปห้องสมุดนานาชาติ แวะนมัสการพระบรมธาตุเจดีย์กาญจนาภิเษก และไปชมพระอาทิตย์ตกที่อ่างเก็บน้ำรัตนัย รวมไปถึงน้ำตกศรีดิษฐ์ เป็นน้ำตกสวยที่สุดของอุทยานฯ เขาค้อ
ตลอดจนถึงแก่งบางระจัน ที่เป็นสถานที่ชมแมงกะพรุนน้ำจืดแห่งเดียวของประเทศไทยไทย
สถานที่ตั้ง : ต. บุ้งน้ำเต้า อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ ที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขาค้อ ห่างจากอ.หล่มสักประมาณ 21 กิโลเมตร และห่างจากสนามบินเพชรบูรณ์ประมาณ 9 กิโลเมตร

ช่วงเวลาที่เหมาะท่องเที่ยว : ทุกฤดูกาล แต่ฤดูหนาวจะสวยที่สุด

บริการภายในอุทยานฯ : อุทยานแห่งชาติมีบ้านพักและสถานที่กางเต็นท์ พร้อมให้บริการนักท่องเที่ยว รวมไปถึงมีร้านอาหารสวัสดิการที่เพียบพร้อม หรือนักท่องเที่ยวสามารถแวะนอนรีสอร์ท เกสต์เฮ้าท์ที่มีหลากหลายรูปแบบ และหลากหลายราคา รอบๆเขาค้อได้อีกด้วย เช่นเดียวกับร้านอาหารที่มีอยู่รอบๆเขาค้อเช่นกัน

ติดต่อ-สอบถามได้ที่ : อุทยานแห่งชาติเขาค้อ โทร 081-226-0565

สถานที่ท่องเที่ยวยังมีอีกมากมายในไทย ลองหาดูได้ที่ http://travel.sanook.com/